| หน้าแรก | สารบัญ | โครงงาน | การประกอบ | การบัดกรี | เรียนอิเล็กทรอนิกส์ | อุปกรณ์ | 555 | สัญลักษณ์ | ถามบ่อยๆ | ลิ้งค์ที่น่าสนใจ | กลับไอซีอี |
Electronicsหากจะมีส่วนให้ความรู้ให้ประโยชน์ต่อท่านบ้าง ติชม เสนอแนะ ถามปัญหา ได้ที่ บอร์ดอิเล็คทรอนิคส์เบื้องต้น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกด้วยจะขอบคุณยิ่ง

การต่อแบบอนุกรม(Series)และแบบ(Parallel)

หน้าต่อไป: แรงดันและกระแส
ควรดู: สัญลักษณ์ที่ใช้ในวงจร และ แผนภาพวงจร ด้วย

 

การต่ออุปกรณ์

การต่ออุปกรณ์มีสองวิธีคือ:

 

แบบอนุกรม(series)

การต่อแบบนี้กระแสที่ไหลผ่านอุปกรณ์แต่ละตัวเท่ากัน

แรงดันจากแบตเตอรี่จะถูกแบ่งระหว่างหลอดทั้งสอง
หากหลอดเหมือนกัน แต่ละหลอดจะมีแรงดันครึ่งหนึ่งของแรงดันแบตเตอรี่

Two lamps connected in series

แบบขนาน(parallel)

การต่อแบบนี้อุปกรณ์แต่ละตัวจะมีแรงดันเท่ากัน

หลอดทั้งสองมีแรงดันเต็มจากแบตเตอรี่ตกคร่อม
กระแสจากแบตเตอรี่จะแบ่งระหว่างหลอดทั้งสอง

Two lamps connected in parallel


วงจรส่วนใหญ่ต่อแบบอนุกรมกับแบบขนานผสมกัน

Circuit with series and parallel sections บางครั้งเราใช้คำว่าวงจรอนุกรมและวงจรขนาน กับวงจรง่ายๆที่ทั้งวงจรเป็นแบบเดียว  แต่สำหรับการต่ออุปกรณ์เราจะเรียกว่า ต่อแบบอนุกรม หรือ ต่อแบบขนาน

ตัวอย่างเช่นวงจรด้านขวา ตัวต้านทานและLED ต่ออนุกรมกัน (ขวาสุด) และหลอดสองหลอดต่อขนานกัน(ตรงกลาง)  สวิทช์ต่ออนุกรมกับหลอดทั้งสอง 

ดู การต่อหลอดแบบขนาน  ด้านล่างสำหรับตัวอย่างอื่น


การต่อหลอดแบบอนุกรม

Lamps in series หากหลอดหลายๆหลอดต่ออนุกรมกันสามารถใช้สวิทช์ปิดเปิดด้วยกัน โดยต่อสวิทช์ตรงไหนก็ได้ในวงจร แรงดันที่จ่ายจะถูกแบ่งเท่าๆกัน ทุกหลอด(สมมุติว่าหลอดเหมือนกันหมด) และหากหลอดใดหลอดหนึ่งขาด หลอดทั้งหมดจะดับเพราะวงจรขาดตอน

ไฟต้นคริสต์มาส

ไฟต้นคริสต์มาสต่อกันแบบอนุกรม

คุณอาจจะเข้าใจว่าหลอดทั้งหมดจะดับหากมีหลอดเสียเพียงหนึ่งหลอด แต่หลอดไฟต้นคริสต์มาสไม่ดับ เพราะมันถูกออกแบบให้ลัดวงจรเมื่อหลอดเสีย(ขาด) (เป็นสื่อนำเหมือนโยงสาย) ดังนั้นวงจรจึงไม่ขาดตอนและหลอดที่เหลืออยู่จึงยังคงสว่าง ทำให้ง่ายในการหาตำแหน่งหลอดเสีย ในชุดไฟคริสต์มาสมีหลอดฟิวส์ด้วยหลอดหนึ่งซึ่งจะขาดลักษณะปกติ(ไม่ลัดวงจรเมื่อขาด)

ไฟเมนบ้านคือ 220 โวลท์ ต้องใช้หลอด 6.3 โวลท์ 35 หลอด หรือหลอด 12 โวลท์ 18 หลอด ต่ออนุกรมกัน  วิธีหาจำนวนหลอดก็โดยการเอาแรงดันของหลอดไปหาร 220 โวลท์  จริงๆแล้วไม่ลงตัว ในทางปฏิบัติก็ปัดเศษเพิ่มหรือลดอีกหลอดได้

ข้อควรระวัง! หลอดไฟต้นคริสต์มาสดูเหมือนว่าปลอดภัยไม่มีอันตรายเพราะใช้ไฟเพียง 6.3 หรือ12 โวลท์ แต่มันต่อกับไฟเมนบ้านซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรถอดปลั๊กออกเสมอก่อนเปลี่ยนหลอดไฟ  เพราะแรงดันตกคร่อมขั้วหลอดที่ไม่มีหลอดจะเท่ากับ 220 โวลท์เต็ม จริงๆนะครับ


Lamps in parallel

การต่อหลอดแบบขนาน

หากหลอดหลายหลอดต่อขนานกัน แต่ละหลอดจะได้รับแรงดันเต็มเท่ากัน หลอดแต่ละหลอดสามารถปิดเปิดได้อย่างอิสระ โดยการต่อสวิทช์อนุกรม แยกแต่ละหลอด ดังในวงจรแผนภาพ  การต่อวงจรแบบนี้ใช้ในการควบคุมหลอดไฟตามที่อยู่อาศัย

วงจรแบบนี้เรียกว่า วงจรขนาน แต่จะเห็นว่ามันไม่ค่อยง่ายจริง - สวิทช์ต่ออนุกรมกับหลอด แล้วถึงนำคู่หลอดกับสวิทช์มาต่อขนานกัน


Switches in series

การต่อสวิทช์แบบอนุกรม

หากสวิทช์ปิด-เปิดหลายตัวต่ออนุกรมกัน สวิทช์ทั้งหมดต้องต่อถึงจะครบวงจร

ในแผนภาพแสดงวงจรง่ายๆที่ใช้สวิทช์สองตัวต่ออนุกรมกันเพื่อควบคุมหลอดไฟ

เมื่อสวิทช์ S1 และ สวิทช์ S2 ต่อ(closed)หลอดก็จะติด
(ถ้าเป็นเกทตรรกเรียกว่า S1 แอนด์(AND) กับS2) 


Switches in parallel

การต่อสวิทช์แบบขนาน

หากสวิทช์ปิด-เปิดหลายตัวต่อขนานกัน สวิทช์ต่อเพียงตัวเดียวก็ครบวงจร

ในแผนภาพแสดงวงจรง่ายๆที่ใช้สวิทช์สองตัวต่อขนานกันเพื่อควบคุมหลอดไฟ

เมื่อสวิทช์ S1 หรือ สวิทช์ S2 (หรือทั้งสอง) ต่อ(closed)หลอดก็จะติด 
(ถ้าเป็นเกทตรรกเรียกว่า S1 ออร์(OR) กับS2) 


หน้าต่อไป: แรงดันและกระแส | เรียนอิเล็กทรอนิกส์

ไอซีอีแปลและเรียบเรียง เพื่อเผยแพร่สำหรับคนไทย ผู้ที่มีอิเล็กทรอนิกส์ในหัวใจ ขอขอบคุณ Mr. James Hewes